อีกก้าวสำคัญของการยกระดับวิชาชีพกฎหมายไทย กับความร่วมมือระหว่างสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ที่ร่วมกันพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติผ่าน “ศาลจำลองจากสถานการณ์จริง” เพื่อให้ผู้ช่วยผู้พิพากษาและทนายความรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และฝึกฝนร่วมกันในกระบวนการพิจารณาคดีอย่างสมจริง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองวิชาชีพได้เรียนรู้ เข้าใจ และเติบโตไปด้วยกันบนพื้นฐานของการปฏิบัติงานจริง
การฝึกฝนดังกล่าว ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับกระบวนการพิจารณาคดีในทางปฏิบัติ ตั้งแต่ขั้นตอนการชี้สองสถาน การสืบพยาน จนถึงการฟังคำพิพากษา เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจบทบาท หน้าที่ และมุมมองของแต่ละฝ่ายในกระบวนการยุติธรรมอย่างลึกซึ้ง อันจะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ และนายวิสุทธิ์ พุฒพวง กรรมการฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย Mentor ทนายความมืออาชีพจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความและสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ได้นำผู้เข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะทนายความมืออาชีพ รุ่นที่ 1 เข้าร่วมการฝึกภาคปฏิบัติร่วมกับผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 84 ณ ห้องพจารณาคดีจำลอง สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (อาคารใหม่) เพื่อจำลองสถานการณ์ในวันนัดชี้สองสถานเสมือนการปฏิบัติงานจริง
ในการฝึกอบรมครั้งนี้ สภาทนายความได้รับความร่วมมือจาก Mentor ซึ่งเป็นทนายความผู้มีประสบการณ์ในการว่าความและการดำเนินคดีจริงจากคณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ และสำนักงานกฎหมายชั้นนำ อาทิ Artthakij and Partners, Dentons Pisut, สำนักงานกฎหมายธีรคุปต์, JP Law, ES Counsel, สำนักงานคำนวณ ชโลปถัมภ์ และสำนักงานพิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ รวมถึงทนายความที่มากประสบการณ์อีกหลายท่าน เข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าอบรมตั้งแต่การกำหนดประเด็นข้อพิพาท การกำหนดภาระการพิสูจน์ การเสนอพยานหลักฐาน ตลอดจนการยื่นคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาที่สำคัญ เช่น การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องหรือคำให้การ และการขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น เพื่อให้ทนายความรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานจริง เข้าใจกลยุทธ์ในการดำเนินคดีอย่างเป็นระบบ และซึมซับมาตรฐานวิชาชีพจากผู้ที่ผ่านสนามว่าความมาอย่างยาวนาน
สำหรับการฝึกภาคปฏิบัติครั้งถัดไป จะเป็นการจำลองสถานการณ์จริงในกระบวนการสืบพยาน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2569
การเรียนรู้เชิงปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานและเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพกฎหมายไทย จากการเรียนรู้ในตำราไปสู่การฝึกปฏิบัติจริง จากการทำงานแยกส่วนไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน จากการสืบทอดองค์ความรู้แบบเดิมไปสู่การสร้างเครือข่ายวิชาชีพที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันพัฒนากระบวนการยุติธรรมและส่งมอบความยุติธรรมที่มีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
“การยกระดับวิชาชีพกฎหมาย ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้เพียงลำพัง แต่เกิดจากการที่ผู้มีประสบการณ์ร่วมกันส่งต่อองค์ความรู้ให้คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ทั้งระบบเติบโตไปข้างหน้าด้วยกัน”


