สภาทนายความรับลูก! “วัดร่มโพธิธรรม” ยื่นหนังสือร้องนายกสภาทนายความฯ ขอความเป็นธรรม-คุ้มครองสิทธิ พระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรมกว่า 300 ชีวิตเดือดร้อนหนักจากคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายพีระพงศ์ ทิพโกมุท ไวยาวัจกรและผู้แทนจากวัดร่มโพธิธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายวิชาญ ทองรัก อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ นายณรงค์รัฐ ภูติรถยา อุปนายกฝ่ายบริหาร ดร.ธีรวุฒิ วชิรมโนวาทย์ กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ดร.สมพร ดำพริก ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและแนวทางคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากขั้นตอนการบังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตที่ดินพิพาทรุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งกระทบต่อพระภิกษุสงฆ์ แม่ชี ทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้ปฏิบัติธรรมรวมกว่า 300 รูป/คน ที่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากความคลาดเคลื่อนของแนวเขตแผนที่ราชการ
📌 เปิด 5 ประเด็นสำคัญที่ทางวัดร้องขอให้ตรวจสอบ:
ทางวัดยืนยันมิได้มีเจตนาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือคัดค้านคำพิพากษาศาล แต่ต้องการความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เนื่องจากพื้นที่จริงตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนและมีแนวเขตคาบเกี่ยวกันระหว่างหลายหน่วยงาน (กรมป่าไม้, กรมที่ดิน, ส.ป.ก.) จึงขอให้สภาทนายความช่วยตรวจสอบดังนี้:
ตรวจสอบข้อกฎหมายบันทึกข้อตกลง (MOU): ระหว่างกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. ปี พ.ศ. 2546 ว่ามีผลทางกฎหมายอย่างไรในปัจจุบัน
ตรวจสอบเอกสารกันพื้นที่ป่าไม้: เอกสารสิทธิ์การกันพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ เพื่อเป็นที่พักสงฆ์ ตามเอกสารกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ตรวจสอบความสอดคล้องของแผนที่ราชการ: ความถูกต้องตรงกันของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน แผนที่ราชการ และเอกสารที่ใช้ในคดีทั้งหมด
พิจารณาช่องทางคุ้มครองสิทธิ: หาช่องทางกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้เดือดร้อนกว่า 300 ชีวิต
ประสานรังวัดแนวเขตสากล: ขอความอนุเคราะห์ประสาน กรมป่าไม้, กรมที่ดิน และ ส.ป.ก. ร่วมลงพื้นที่รังวัดพิสูจน์แนวเขตด้วยระบบหมุดฐานพิกัดมาตรฐานสากล (GNSS/UTM)
นายกสภาทนายความฯ ย้ำ “พร้อมให้ความเป็นธรรมตามหลักนิติธรรม”
ด้าน ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า สภาทนายความฯ มีภารกิจหลักในการผดุงความยุติธรรมและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย กรณีนี้มีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ
“หลังจากนี้ สภาทนายความจะมอบหมายให้คณะทำงานและทนายความผู้เชี่ยวชาญ เร่งนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด อาทิ เอกสารการสร้างวัด, มติ ครม. ปี 2538 และ 2552, คำพิพากษาทั้ง 3 ศาล, เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และแผนที่รังวัดต่าง ๆ ไปศึกษาอย่างละเอียด เพื่อประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามกรอบอำนาจหน้าที่ต่อไป” ดร.ธนพล กล่าว