สภาทนายความร่วมผลักดันการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม: จี้ปลดล็อกระเบียบ “ราคากลางดูดเลน” คืนสายน้ำสะอาดให้ลุ่มน้ำแม่กลอง

เมื่อวันที่22 เมษายน 2569 นายวิชาญ ทองรัก อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ มอบหมายให้ผู้แทนสภาทนายความฯ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมประชุม โดยได้รับเกียรติจากนายปัญญา โตกทอง ตัวแทนเครือข่ายประชาคม “คนรักแม่กลอง” ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อคิดเห็นในการประชุมหารือเรื่องร้องเรียน (เลขดำที่ 2151/2564) ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
สืบเนื่องจากปัญหาเรื้อรังกรณีการปล่อยน้ำเสียจากกิจการฟาร์มสุกรในจังหวัดราชบุรี ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อลำน้ำสาธารณะ ลุกลามไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและเพชรบุรี ทำให้ท้องคลองเต็มไปด้วยตะกอนเลนเน่าเสียและวัชพืช
ที่ผ่านมา ชุมชนได้พยายามเสนอทางออกด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น คือการใช้ “เรือดูดเลนแบบวังกุ้ง” ซึ่งสามารถดูดเอาเลนเน่าเสียออกไปได้โดยตรงและกระทบต่อระบบนิเวศน้อยกว่าการใช้เครื่องจักรหนักอย่างรถขุด (รถแบคโฮล) ที่ตักได้เพียงดินแข็ง แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ “ข้อจำกัดทางระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง” ที่ภาครัฐมีราคากลางสำหรับ ‘งานดิน’ และ ‘งานน้ำ’ แต่กลับไม่มีเกณฑ์ราคากลางสำหรับ ‘งานเลน’
ในที่ประชุมวันนี้ สภาทนายความได้ร่วมแสดงจุดยืนเคียงข้างสิทธิทางสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยเน้นย้ำว่า “กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของรัฐ ต้องเป็นเครื่องมือในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่ข้อจำกัดที่ริดรอนสิทธิชุมชน” เราได้ร่วมสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบูรณาการเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราราคากลางของการดูดเลนให้ชัดเจน เพื่อปลดล็อกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และยั่งยืน
สภาทนายความจะยังคงติดตามความคืบหน้าของมติในที่ประชุมวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของประชาชนจะถูกแปลงไปสู่นโยบายและการปฏิบัติจริง เพราะการคืนสายน้ำที่สะอาด คือการคืนชีวิตและสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับทุกคน