วันที่ 25 เมษายน 2569 ณ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้องประชุมชั้น 5
สัมมนาวิชาการในหัวข้อ “เทคนิคการนำสืบและถามค้านพยานผู้เชี่ยวชาญในคดีปลอมแปลงเอกสาร”
.
ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ให้เกียรติกล่าวเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย ดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการจัดงาน กล่าวถึง ในปัจจุบันคดีความเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและลายมือชื่อ มีความซับซ้อนและอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการวินิจฉัยคดีของศาล ทนายความจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะให้เท่าทันต่อวิวัฒนาการ
พร้อมทั้งให้โอวาทแก่ทนายความทุกท่านว่า การเป็นทนายความนั้นนอกจากการว่าความในคดี ยังคงเป็นอาชีพที่ควรคงไว้ซึ่งจริยธรรม จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จที่มีรากฐานที่มั่นคง
.
เจาะลึกศาสตร์เทคนิคแห่งการพิสูจน์ เมื่อ “ลายเซ็น” และ “รอยหมึก” คือพยานสำคัญ เนื้อหาเข้มข้นที่ทนายความต้องรู้ก่อนก้าวเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี
.
.
ขอขอบพระคุณวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้
1.พันตำรวจโทสมชาย อมรสุนทรสิริ
อดีตผู้อำนวยการกองตรวจพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
2.ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู กรรมการสถาบันพัฒนาวิชาชีพทนายความ
3.ทนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ เลขานุการสถาบันพัฒนาวิชาชีพทนายความ
ร่วมกันถ่ายทอดความรู้พร้อมทั้งแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นเเนวทางสู่การปรับใช้กับวิชาชีพทนายความ
.
ผู้ดำเนินรายการ โดย
• ทนายอรปรียา งามสง่า
.
ดังนั้น ความยากของการคดีปลอมแปลงเอกสาร ไม่ใช่แค่การรู้ว่า “ปลอมหรือไม่” แต่คือการ “นำเสนอ” ให้ความจริงนั้นมีน้ำหนักในเชิงคดี
บทบาทของทนายความในกระบวนการนี้จึงไม่ใช่แค่การอ่านรายงาน แต่ต้องเข้าใจถึงที่มาของวิธีการตรวจพิสูจน์ เพื่อที่จะถามค้านให้เห็นถึงจุดแข็งหรือจุดอ่อนของพยานหลักฐานนั้นๆ ขณะที่พยานผู้เชี่ยวชาญต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลทางเทคนิคที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่เรียบง่ายและเป็นธรรมที่สุด


