วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้ามุ่งสู่มิติใหม่ของการขับเคลื่อนความยุติธรรม โดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ และนายวิสุทธิ์ พุฒพวง กรรมการฝ่ายวิชาการ เข้าเป็นตัวแทนร่วมเป็นคณะทำงาน Pro bono เพื่อส่งเสริมการช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ทนายความ
ปัจจุบันประเทศไทยมีสมาชิกทนายความทั่วประเทศกว่า 94,000 ราย ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่งในกระบวนการยุติธรรม การผลักดันระบบ “ทนายความจิตอาสา (Pro Bono)” ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับวิชาชีพครั้งสำคัญ ซึ่งมีความแตกต่างจาก “ทนายความอาสา” หรือ “ทนายความขอแรง” ในระบบช่วยเหลือทางกฎหมายทั่วไป (Legal Aid) เนื่องจาก Pro Bono คือการดึงเครือข่ายทนายความทั่วประเทศ ให้มาร่วมอุทิศตนช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมายด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและประโยชน์สาธารณะเป็นไปอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้เป็นการระดมสมองของคณะทำงาน Pro bono ซึ่งนำโดย อาจารย์มุนินทร์ พงศาปาน ประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหลากภาคส่วน ทั้งสมาชิกรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ทนายความฯ ภาคเอกชน ตัวแทนจาก Law firm และผู้แทนคณะทำงานด้าน Pro bono ได้แก่:
1. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์
2. นายศุภณัฐ บุญสด
3. นางสาวเยาวลักษ์ อนุพันธุ์
4. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล
5. นายธวัช ดำสอาด
6. นายจิรภัทร ชนะสิทธิ์
7. นางสาววรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม
ทั้งนี้ คณะทำงานได้วางกรอบการดำเนินงานสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การดำเนินงานตอบโจทย์บริบทสังคมและยั่งยืน เชิงลึกไว้ดังนี้:
1. ศึกษาแก่นปัญหาและอุปสรรค: มุ่งศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรค ทั้งในแง่ของข้อกฎหมายและสภาพความเป็นจริงของการดำเนินงาน Pro Bono ในประเทศไทย เพื่อวางรากฐานนโยบายที่ตรงจุด
2. ยกระดับและพัฒนาความเชี่ยวชาญ: มุ่งคัดเลือกทนายความจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมเสนอขยายประเภทคดีช่วยเหลือให้ครอบคลุม เช่น คดีสิ่งแวดล้อม คดีถูกฟ้องปิดปาก (SLAPP) คดีคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
3. สร้างระบบสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน: เสนอแนวคิดนำชั่วโมงงาน Pro bono ไปลดหย่อนภาษีสำหรับสำนักงานกฎหมาย, จัดให้มีระบบประกันภัยวิชาชีพ (Professional Insurance) เพื่อคุ้มครองทนายความผู้ปฏิบัติงาน
4. สร้างกลไกควบคุมเพื่อประโยชน์สาธารณะ: แก้ไขปัญหาสังคมในระยะยาวด้วยการสร้างกลไกควบคุมและปราบปรามพฤติกรรม “ทนายหิวแสง” ที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคม ผ่านการออกกฎหมายและหลักเกณฑ์การรับทำคดี Pro bono ที่ชัดเจนและโปร่งใส
เพราะความยุติธรรมต้องเข้าถึงง่ายและมีมาตรฐาน คณะทำงานชุดนี้จะร่วมขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องเพื่อออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะพลิกโฉมวงการนักกฎหมายไทย สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมเปิดพื้นที่เพื่อเสริมสร้างกระบวนการยุติธรรมให้เข้มแข็ง เป็นธรรม และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง


