WEEK 5: ”Mastering the Criminal Defense Strategy “
เจาะลึกกระบวนการคดีอาญา จากพนักงานสอบสวนสู่ชั้นอัยการ ความเข้มข้นต่อเนื่องสู่สัปดาห์ที่ 5 ของหลักสูตร “Professional Skills Training for Lawyers – พัฒนาทักษะทนายความมืออาชีพ รุ่นที่ 1” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
.
ได้รับเกียรติจาก ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวถึงการสร้างแรงบันดาลใจทนายความรุ่นใหม่ หน้าที่ของทนายความในชั้นก่อนฟ้อง ไม่ใช่เพียงการทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่คือการเป็น “นักยุทธศาสตร์” ที่ใช้การเจรจาอย่างมีชั้นเชิงตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเพื่อหาข้อยุติ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะทนายความผู้เสียหาย หรือในฐานะทนายความผู้ต้องหา ก็ต้องรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมสูงสุด
พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ บุญเกื้อ นายทะเบียนสภาทนายความฯ เล่าเรื่องราวถึงประสบการณ์ในการทำคดีอาญาถือเป็นก้าวแรกของการเป็นทนายความ สิ่งที่สำคัญที่สุด บางครั้งอาจไม่ได้อยู่ในแฟ้มสำนวน แต่อยู่ที่ความช่างสังเกตและความละเอียดรอบคอบตั้งแต่ในชั้นสอบสวน
.
เมื่อโจทย์ในสัปดาห์นี้คือ “หัวใจของคดีอาญา” ที่ทนายความต้องเผชิญตั้งแต่กระบวนการก่อนชั้นศาล วิธีการปฏิบัติในชั้นสอบสวน วิธีการปฏิบัติชั้นพนักงานอัยการ ในฐานะทนายความผู้เสียหาย หรือในฐานะทนายผู้ต้องหา เช่น การทำหนังสือร้องทุกข์ การจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นเกี่ยวกับสิทธิของผู้เสียหาย คำขอประกันตัว ช่วงเช้าจึงเป็นการเติมอาวุธทางความคิดในหัวข้อ “ภาพรวมคดีอาญาและการดำเนินการในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นอัยการ”
โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในสายงานคดีอาญา ดังต่อไปนี้
• ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู สำนักงานทนายความสายหยุด เพ็งบุญชู
• ทนายบัณฑิต ไทยผลิตเจริญ ทนายความอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดีอาญา
• ทนายไพศิษฐ์ มุนิสชานนท์ บริษัทกฎหมายเจน-ไพศิษฐ์ ลอว์ จำกัด (JP Law)
.
ร่วมกันถ่ายทอดกลยุทธ์จาประสบการณ์จริง การวางรูปคดีอาญาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นสอบสวน การประสานงานกับพนักงานอัยการ ไปจนถึงการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของลูกความภายใต้กรอบของกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมากในการกำหนดทิศทางของคดี
.
“Moot case Facts” ถอดรหัสคดี : ช่วงบ่ายยกระดับจากการฟังบรรยายสู่การลงมือปฏิบัติจริงในรูปแบบ Workshopการทำหนังสือร้องทุกข์ และคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เพราะทักษะที่แท้จริงเกิดจากการฝึกฝน ผู้เข้าอบรมทั้ง 50 คนได้ฝึกร่างเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ความแม่นยำทั้งข้อกฎหมายและศิลปะในการนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อให้ศาลหรือพนักงานสอบสวนเห็นถึงเหตุผลและความจำเป็นในแต่ละกรณี โดยแบ่งบทบาทเป็นทนายความผู้เสียหาย และทนายความผู้ต้องหา การวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน ไปจนถึงภารกิจสุดท้าย ลงมือร่างเอกสารเพื่อให้ Mentor ในแต่ละกลุ่มดูแล ให้คำปรึกษา และติดตามพัฒนาการของผู้เข้าอบรมอย่างใกล้ชิดตลอดการเรียนรู้ในครั้งนี้


