ครบ 100 ปี ป.พ.พ. ให้อัยการจัดการมรดกเฉพาะทรัพย์สินตกแก่แผ่นดิน

เมื่อวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันจัดการประชุม “Looking back – Looking ahead ชวนมองกฎหมายไทย ล้าสมัยหรือไร้ที่ติ?” ตอนแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมปาฐกถาพิเศษ และเปิดงาน โดยมีนายสงคราม สกุลพราหมณ์ อุปนายกฝ่ายบริหาร อัยการ ทนายความ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ นักศึกษา คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประชาชน เข้าร่วมงานคับคั่ง
ในโอกาสนี้ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ได้กล่าวปาฐถาพิเศษ ในหัวข้อ “บทบาทของสภาทนายความกับทิศทางการปฏิรูปประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์” โดยเสนอให้มีการปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ในส่วนที่เป็นการลิดรอนสิทธิประชาชนหรือเป็นกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการประกอบวิชาชีพทนายความ ดังนี้
1. คดีจัดการมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 เสนอขอให้แก้ไขปรับปรุง โดยให้พนักงานอัยการรับทำคดีจัดการมรดก เฉพาะเรื่องที่ทรัพย์มรดกตกเป็นของแผ่นดินเท่านั้น เนื่องจากพนักงานอัยการควรทำหน้าที่สำหรับการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาแก่ประชาชน
2. การขายฝาก
3. การจำนอง
4. การค้ำประกัน
5. การกู้ยืมเงิน
6. การเช่าซื้อ การค้ำประกัน
7. การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด (การซื้อทรัพย์ติดจำนอง)
ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ